ดูแลรักษาสีรถให้สดสวย

เวลาได้รถใหม่เรามักจะทุ่มทุนมากเป็นพิเศษ ในการดูแลรักษารถ เพื่อให้สดสวยสดใสอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีรถคันแรกแล้วก็ต้องรู้จักดูแลรักษา รวมถึงรู้จักเลือกของตกแต่งให้มันคุ้มเงิน และควรรู้ว่าอะไรควรเปลี่ยนหรืออะไรไม่ควรเปลี่ยน อะไรเลือกแบบประหยัดได้ หรืออะไรไม่ควรเขียม เพื่อให้รถของคุณสวยงาม และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด

นอกเหนือจากการตกแต่งรถยนต์แล้ว การดูแลรักษารถยนต์ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของรถให้ความสำคัญ วันนี้เราจะคุยเรื่องของการดูแลรักษาสีรถให้มีความสดสวยและสดใสอยู่เสมอ การดูแลสีรถไม่ได้หมายความแค่การล้างทำความสะอาด ลงแว็กซ์ หรือเคลือบเงา มันมีความละเอียดอ่อนและมีกรรมวิธีมากกว่านั้นเรื่องราวของการดูแลรักษาสีรถ นั้นมีมากมายจริง ๆ เมื่อรับรถมาแล้วส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องของการเคลือบสีตัวรถ บ้างก็ได้แพ็คเกจแถมมาในเรื่องของการขัดเคลือบสี ลองมาทำความเข้าใจกับคำว่าดูแลรักษาสีรถกันก่อนนะครับ

ทำไมต้อง “ขัดสี” เมื่อรถใช้งานไปนาน ๆ จะมีริ้วรอยขนแมวเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการล้างและเช็ดด้วยผ้าที่ไม่สะอาด หรืออมฝุ่นรถสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำเงิน ส้ม หรือสีสด ๆ จะเห็นรอยขนแมวชัดเจน รวมถึงเกิดจากคราบยางไม้ ขี้แมลง ทำให้การเช็ดล้างกลายเป็นบ่อเกิดของรอยขนแมว ดังนั้นจึงต้องมีการขัดสีเพื่อลบรอยขนแมวออกก่อน

การขัดสีก็คือขัด ผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป เพื่อให้สีเรียบเนียนและก่อให้เกิดความเงางาม การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป นั้นทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง เหมือนเวลาที่เราขัดหน้าด้วยผงขัดละเอียด ๆ แม้หน้าจะกระจ่างใสขึ้น แต่หลังจากทำแล้วจะรู้สึกแสบ ๆ ผิวหน้านั่นเป็นเพราะผิวหนังถูกขัดออกไปนั่นเอง

เมื่อขัดสีเสร็จเรียบร้อยถึงจะต่อด้วยขั้นตอน “เคลือบสี” เพื่อให้ผิวที่ถูกขัดออกไปแล้วมีความเงางามยิ่งขึ้น และเป็นตัวเคลือบเพื่อคอยปกป้องชั้นสีที่ถูกขัดออกไปให้มีความแข็งแรงทนทาน ต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น ดังนั้นไม่ควรขัดสีบ่อยในรถเก่าที่ใช้งานมาหลายปี เมื่อขัดและเคลือบสีแล้ว ต้องคอยไปเคลือบสีซ้ำตามระยะเวลาของผู้ผลิตน้ำยาเคลือบกำหนด เพื่อให้ผิวที่ขัดแล้วมีอายุการใช้งานยาวนานนั่นเอง